ThaiEng
HOMEABOUT USWAT NEWSEVENTSVISITOR INFODIRECTORYCONTACT
วัดพุทธรังษี ไมอามี่ รัฐฟลอริด้า ได้ก่อตั้งขึ้นมาจากสารธารศรัทธาของคณะชาวพุทธในเซ้าท์ฟลอริด้า อันประกอบด้วย ชาวไทย ชาวลาว ชาวเขมร ชาวเวียดนาม และชาวอเมริกัน ซึ่งอยู่กันกระจัดกระจายตามหัวเมืองต่างๆ เช่น เมืองเวสต์ปาล์มบีช เมืองฟอร์ดลอเดียว เมืองฮอลลีวูด เมืองไมอามี่ และเมืองโฮมสะเตต เป็นต้น
เมื่อประมาณปี 2520 ได้มีคณะชาวพุทธที่เมืองโฮมสะเตต มีคุณมณเฑียร มองกอเมอรี่ คุณวันเพ็ญ ลอเร็นจ์ คุณทองเจือ เฮยส์ คุณประทุม ค้อปป๊อก คุณพระประภา คุณเจมส์ คุณสมพิศ คุณแอ๊ว คุณเจมส์ พิทท์ คุณสุรีย์ ลาวิสก้า คุณสม คาเม้นส์ คุณเปีย กราวโซ่ คุณเสมอ แมช และอีกหลายๆ ท่าน ที่ไม่ได้กล่าวนามในที่นี้ ได้อาราธนาหลวงพ่อ พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท เจ้าอาวาสวัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี และพระมหาเกลี้ยง เตชวโร มาเจริญพระพุทธมนต์บำเพ็ญบุญกุศล เนื่องในวาระโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์) ได้มีประชาชนมาร่วมพิธี มากพอสมควร เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้พบพระสงฆ์ หลังจากที่ได้จากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต่างดีใจ จึงได้ปรารภถึงการสร้างวัดขึ้นในเซ้าท์ฟลอริด้า เพื่อจะได้มีสถานที่บำเพ็ญกุศลเป็นแหล่งรวมของชาวพุทธ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ เพื่อลูกหลายที่เกิดมาในภายหลังจะได้พบพระพุทธศาสนา นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างวัดในเซ้าท์ฟอลริด้า
ในปลายปี 2520 ก็ได้อาราธนาหลวงพ่อสุรศักดิ์ และพระมหาเกลี้ยง วัดไทย วอชิงตัน ดีซี มาเจริญพระพุทธมนต์ในงานลอยกระทงอีกวาระหนึ่ง ในงานครั้งนั้นได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยจากการจัดงานลอยกระทง แล้วนำฝากสะสมไว้เพื่อสมทบทุนในการสร้างวัดในโอกาสต่อไป การจัดงานครั้งนั้นมีรายได้เป็นเงินทั้งสิ้น 1,790.85 ดอลล่าร์ (หนึ่งพันเจ็ดร้อยเก้าสิบเหรียญแปดสิบห้าเซ็นต์) ได้นำฝากในนามวัดไทยโฮมสเตต จากนั้นก็ได้จัดงานบุญประเพณีหารายได้สมทบเป็นทุนอยู่เรื่อยๆ และได้ฝากเงินแยกออกไปอีกบัญชีหนึ่ง ในนาม วัดธรรมรังสี แม้ว่าจะมีสองบัญชี สองวัด ความจริงแล้วก็คือวัดเดียวกัน แต่ตอนนั้นยังไม่ได้จดทะเบียนขอเป็นวัด หลังจากนั้นจึงได้ติดต่อไปยัง หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท ที่วัดไทย วอชิตัน ดีซี เพื่อจัดหาพระมาอยู่ประจำ เพื่อเป็นผู้นำในการจัดหาสถานที่สร้างวัดต่อไป
ในวันอังคารที่ 5 มกราคม 2525 ได้มีการประชุมเป็นครั้งแรก โดยมีท่านเจ้าคุณพระสุธีรัตนาภรณ์ หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ และพระมหาเกลี้ยง เข้าร่วมประชุมด้วย ได้ประชุมที่บ้านคุณสุนทร เชื้ออินทร์ ในการประชุมครั้งนี้ ได้วางกฎและหลักการในการสร้างวัดพร้อมมีมติให้เปลี่ยนชื่อวัด จากวัดธรรมรังษี เป็น วัดพุทธรังษี (หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ เป็นผู้เสนอ) ในที่ประชุมเห็นด้วย เหมาะสม ง่ายต่อการจำและมีความหมายดี เมื่อมีการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทย ครั้งที่ 6/2525 ณ วัดไทย วอชิงตัน ดีซี หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ จึงได้นำเรื่องการสร้างวัดพุทธรังษี ไมอามี่ เข้าสู่ที่ประชุม ที่ประชุมมีมติรับวัดพุทธรังษี ไมอามี่ ไว้ในเครือสมัชชาฯ และขอให้จัดหาพระไปอยู่ประจำ เพื่อดำเนินขอจดทะเบียนให้เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ท่านเจ้าคุณ พระสุธีรัตนาภรณ์ ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการจัดสร้างวัดพุทธรังษี ไมอามี่ ได้ติดต่อไปยังท่านเจ้าคุณ พระวิสุทธิสมโพธิ ประธานสงฆ์วัดวชิรธรรมปทีป เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ขอให้ช่วยจัดหาพระมาอยู่ประจำ ณ วัดพุทธรังษี ท่าเจ้าคุณพระวิสุทธิสมโพธิ (ปัจจุบัน : พระราชกิตติเวที) ได้ติดต่อขอพระมหาสุรเชษฐ์ บุญน้อม จากวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ ให้มาอยู่ประจำที่วัดพุทธรังษี ไมอามี่ แต่การดำเนินเรื่องต้องล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ เพราะจวนจะเข้าพรรษาแล้ว ประธานสมัชชาฯ จึงได้ติดต่อขอตัว พระมหาเฉลิม สร้อยวาที จากวัดมงคลรัตนาราม เมืองแทมป้า โดยการอนุมัติจากท่านเจ้าคุณพระมงคลราชมุนี (ปัจจุบัน : พระมงคลเทพโมลี) ให้มาอยู่ชั่วคราว ในขณะนั้นยังไม่ได้เตรียมสถานที่ให้พระอยู่จำพรรษา เพราะต่างไม่แน่ใจว่าจะได้พระหรือไม่ เมื่อได้พระมาแล้ว และวันรุ่งขึ้นก็จะเข้าพรรษา คุณทองเจือ เฮยส์ พร้อมด้วยคณะกรรมการในช่วงนั้น ได้ติดต่อเช่าอพาร์ทเม้นท์ คาบานำ ให้เป็นที่อยู่จำพรรษาของพระมหาแฉล้ม สร้อยวาที ในราคาเช่าเดือนละ 360 ดอลล่าร์ (สามร้อยหกสิบเหรียญ)
เมื่อวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2525 พระมหาแฉล้ม พร้อมด้วยคณะกรรมการชั่วคราว มีคุณสุนทร เชื้ออินทร์ คุณเจมส์ พิทท์ และคุณวันเพ็ญ ลอเร้นจ์ ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ในการสร้างวัดพุทธรังษี มอบให้ทนายยื่นขอจดทะเบียนต่อทางการรัฐฟลอริด้า ให้วัดพุทธรังษีเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนั้น ในวันพุธที่ 25 สิงหาคม 2525 ก็ได้รับเอกสารการอนุมัติให้วัดพุทธรังษี ไมอามี เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมาย ในนาม WAT BUDDHARANGSI OF MIAMI INC.
พระมหาสุรเชษฐ์ บุญน้อม วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาถึงวัดพุทธรังษี ไมอามี่ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2526 เพื่อมาอยู่ประจำเป็นรูปแรกของวัด หลังจากนั้นพระมหาแฉล้มก็เดินทางกลับเมืองไทย คณะกรรมการได้พยายามหาสถานที่อันเหมาะสมให้พระอยู่ใหม่ เพราะการอยู่อาพาร์ทเมนท์ไม่เหมาะสมโดยประการทั้งปวง และได้ย้ายออกไปเช่าบ้านของคุณนพพร ภู่เจริญ เป็นบ้านหลังเดียว มีสถานที่จอดรถได้หลายคัน เหมาะที่คณะสาธุชนจะไปบำเพ็ญบุญกุศล ที่ถนนซันเซท ในราคาค่าเช่าเดือนละ 860 ดอลล่าร์ (ย้ายเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2526) ได้เช่าอยู่ประมาณสามปีเศษ
ในช่วงที่เช่าอยู่ บ้านหลังนี้ได้มีการประชุมจัดกิจกรรมอยู่ตลอดเวลา ใหม่ๆ ก็ยุ่งยาก ลำบาก เพราะยังใหม่ต่อสถานที่ และยังไม่รู้จักใคร เพราะต่างคนต่างอยู่ เมื่อทางวัดจัดกิจกรรมบ่อยๆ เข้า ความคุ้นเคยก็มีมากขึ้น การพัฒนาวัดก็ได้รับความร่วมมือดียิ่งขึ้นๆ ได้พยายามติดต่อหาสถานที่ และได้ตกลงทำสัญญาชื้อที่แห่งหนึ่งในเนื้อที่ 5 เอเคอร์ ติดอยู่กับโบสถ์ฝรั่ง เป็นสถานที่ดีมาก ในราคา 335,00 เหรียญ (สามแสนสามหมื่นห้าพันเหรียญ) แต่เรื่องยังไม่ผ่าน มาติดขัดอยู่ที่ว่ายังไม่มีเครดิต ขอยืมเงินธนาคารไม่ได้ และเป็นเงินที่มีจำนวนสูงมาก หาผู้ค้ำประกันไม่ได้ คณะกรรมการก็มิได้ละความพยายาม จึงจัดกิจกรรมงานบุญประเพณี หารายได้สมทบทุนอยู่ตลอดเวลา และได้ติดต่อขอชื้อที่ ที่เห็นว่าเหมาะสมที่จะสร้างวัดได้ อีกหลายแห่ง ทุกแห่งล้วนมีอุปสรรค เช่น ราคาแพงไปบ้าง เจ้าของรู้ว่าชื้อที่สร้างวัดก็ไม่ขายบ้าง ตลอดถึงคณะกรรมการอยู่ไกล ต่างรัฐ กว่าจะเรียกประชุมตัดสินแต่ละครั้ง ต้องใช้เวลานาน ทำให้งานล้าช้า หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานันโท ในฐานะรองประธานฯ ได้แนะแนวทางให้ว่า ขณะนี้วัดพุทธรังษี มีพระพร้อมแล้ว ขอให้ทางวัดจัดประชุมพิจารณา คัดเลือคณะกรรมการอำนวยการบริหารกันเองได้ จะได้ทำงานบางอย่างหรือการตัดสินใจดีขึ้น
ในปี 2529 ได้ตกลงชื้อที่ดินสองแห่งในเนื่องที่ สองเอเคอร์ครึ่ง มีบ้านหนึ่งหลังมีสวนมะม่วง ในราคา 125,000 ดอลล่าร์ (หนึ่งแสนห้าหมื่อเหรียญ) ติดขัดเรื่องไม่ผ่านเช่นกัน และอีกหลายๆ ที่ ล้วนมีปัญหาทั้งนั้น ในที่สุดก็ได้พบสถานที่แห่งหนึ่งในเนื้อที่สิบเอเคอร์ คือสถานที่ตั้งวัดพุทธรังสีในปัจจุบันนี้ เป็นสถานที่ที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด มีบ้านเก่าๆ หลังใหญ่อยู่หลังหนึ่ง มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่อย่างเป็นระเบียบ จึงได้ติดต่อขอชื้อเพียงครึ่งหนึ่ง คือ 5 เอเคอร์ เจ้าของยินยอมและตกลงชื้อในราคา 170,000 ดอลล่าร์
ได้ทำสัญญาชื้อเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2529 โดยวางดาวน์ 100,000 เหรียญ เงินช่วงดาวน์ ส่วนใหญ่เป็นเงินยืมจากสมาชิกของวัด โดยไม่คิดดอกเบี้ย ที่เหลือ 70,000 เหรียญ ได้ขอยืมจากธนาคารบาร์เนท สัญญายืมใช้คืนห้าปี ผ่อนส่งเดือนละ 850 เหรียญ ภายในสามปี ทางวัดได้ใช้คืนธนาคารหมดแล้ว ขณะทางวัดไม่ได้เป็นหนี้ธนาคารแต่อย่างใด ได้บูรณะซ่อมแซมตัวอาคารที่ชำรุด ปรับปรุงสถานที่ทำรั้นล้อมทั้งสี่ด้าน ได้ย้ายเข้ามาอยู่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2529 นับแต่ได้บูรณะซ่อมแซมได้ เป็นที่อยู่ของพระจนถึงปัจจุบันนี้ หมดเงินไปประมาณ ห้าถึงหกหมื่นเหรียญ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2532 ได้เสอนขอเปลี่ยนโซน เพื่อสร้างเป็นวัด เรื่องไม่ผ่าน ชาวบ้านคัดค้าน ได้เสนอใหม่ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2532 ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่ายเป็นอย่างดี แม้หัวหน้านิกายต่างๆ ของศาสนาคริสต์ ก็ได้ออกมาช่วยพูดสนับสนุน ผลปรากฏว่า ผู้ตัดสินทั้ง 7 ท่าน ได้โดวตให้ทั้งหมดด้วยคะแนน 7 ต่อ 0 เป็นอันว่าความพยายามในการสร้างวัดได้ประสบผลสำเร็จ วัดพุทธรังษี จึงเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ทั้งทางด้านนิตินัยและพฤตินัย
ปี 2534 คณะสงฆ์พร้อมด้วยคณะกรรมการมีความเห็นร่วมกันว่า สมควรจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างศาสนสถานของวัด ตามแบบแปลนที่ไดเสนอกับทางรัฐฟลอริด้า เพื่อจักได้นำมาใช้ประโยชน์ตามที่ทุกคนปรารถนา พระมหาสุรเชษฐ์จึงได้กลับไปปรึกษาพระผู้ใหญ่ทางเมืองไทย กำหนดวันวาศิลาฤกษ์ แต่ยังไม่ทันที่จะนำเข้าประชุม คืนวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2535 เวลาประมาณตีสองเศษๆ เฮริเคนแอนดรูได้พัดเข้าสู่ฟลอริด้าภาคใต้ วัดได้รับความเสียหายจากวาตภัยครั้งนี้ด้วย สมาชิกของวัดเป็นจำนวนมากต่างได้รับความเดือดร้อน ความตั้งใจที่จำกำหนดวันวางศิลาฤกษ์ก็เป็นอันยุติไปโดยปริยาย กิจกรรมโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และอื่นๆ ก็หยุดไปด้วย เพราะต้องซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุดเสียหายจากวาตภัย ขณะนี้ทุกอย่างพร้อมที่จะเปิดกิจกรรมต่างๆ ได้
เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธิชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม ได้เมตตารับวัดพุทธรังษีไว้ในความอุปถัมภ์ และให้เป็นสาขาของวัดเบญจมบพิตร ยังความปลาบปลื้มปิติมาให้แด่คณะสงฆ์ตลอดถึงคณะสมาชิกวัดทุกๆ ท่าน
คุณสมบัติ ดุลณกิจ พร้อมด้วยคณะญาติพี่น้อง ได้มีจิตศรัทธาสร้างพระประธานปางพระพุทธชินราช แบบพิษณุโลก ขนาดหน้าตักกว้างแปดสิบนิ้วพร้อมฐาน หล่อเป็นทองเหลืองลงรักปิดทอง เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้เมตตาถวายนามพระประธานว่า พระพุทธธรรมชินราชศากมุนี ศรีสมัยดุลณกิจ ขณะนี้ได้ตกแต่งลงรักปิดทองเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเป็นประธานที่อุโบสถวัดพุทธรังษีในปัจจุบัน